สร้างบัณฑิต “มีความรู้คู่การปฏิบัติ อุตสาหะสู้งาน เก่งด้านศิลปศาสตร์และเทคโนโลยี มีคุณธรรม”

ปฏิรูป นโยบายของการศึกษาไทย

Print Friendly

สร้างบัณฑิต “มีความรู้คู่การปฏิบัติ อุตสาหะสู้งาน เก่งด้านศิลปศาสตร์และเทคโนโลยี มีคุณธรรม”

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ที่จัดการเรียนการสอนครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ด้านสังคมศาสตร์ โดยมุ่งเน้น สร้างอัตลักษณ์บัณฒิตให้ “มีความรู้คู่การปฐิบัติ อุตสาหะสู้งาน เก่งด้านศิลปศาสตร์และเทคโนโลยี มีคุณธรรม”
ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ของมหาวิทยาลัยที่ส่งเสริมการเรียนของนักศึกษา ว่าได้พัฒนาสภาพแวดล้อมให้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยในรูปแบบ Residential University ที่มีระบบ

สาธารณูปโภคและสาธารณูปการแบบครบวงจร มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น โรงอาหาร ร้านค้า ไปรษณีย์ สถานพยาบาล สนามกีฬา และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น รวมทั้งการจัดภูมิทัศน์ให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ร่มรื่น เขียวสะอาด ปราศจากมลพิษ เป็นแหล่งเรียนรู้ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี มีการนำระบบเครือข่ายไร้สายมาใช้ในมหาวิทยาลัย เพื่อความคล่องตัวของนักศึกษาในการรับส่งข้อมูลและเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้ตลอดเวลา ทำให้สามารถค้นคว้าข้อมูลจากสถานที่ต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย เช่น ห้องสมุด หอพักนักศึกษา เป็นต้น ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ ที่รื่นรมย์ ทั้งด้านธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและโบราณคดี ฯลฯ มีทางเดินหลังคาคลุม (Covered Walkway) เชื่อมต่ออาคารเรียนต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาสามารถเดินหรือใช้จักรยานเพื่อความปลอดภัย ประหยัดพลังงาน ด้วยความคาดหวังให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว ร่มรื่น เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อการเรียนของนักศึกษา ในส่วนของแนวทางการสร้างอัตลักษณ์ของบัณฑิต

ดร.กีร์รัตน์ เล่าว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญใน 3 เรื่องหลัก เพื่อนำไปสู่การสร้างอัตลักษณ์ของบัณฑิต คือ

  1. การพัฒนาสมรรถนะ 5 ด้านของนักศึกษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะสากล การจัดการ และคุณธรรมจริยธรรม โดยบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนการสอน
  2. การพัฒนาการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่หลากหลายและสอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในกระบวนการการเรียนการสอน และเน้นการปฏิบัติมากขึ้น ที่สำคัญ มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาด้วยกันและกับอาจารย์ ทำให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สามารถจดจำและส่งต่อความรู้ที่ได้เรียนมาต่อไปได้ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  3. การพัฒนาสหกิจศึกษาทั้งในและต่างประเทศ โดยการพัฒนาหลักสูตรทักษะเตรียมความพร้อมนักศึกษาและประสบการณ์

วิชาชีพให้มีมาตรฐาน ซึ่งสหกิจศึกษาเป็นระบบการศึกษาที่จัดให้มีการเรียนการสอนในสถานศึกษา สลับกับการไปหาประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ อาจพูดได้ว่าเป็นระบบการศึกษาที่ผสมผสานการเรียนกับการปฏิบัติงาน (Work Integrated Learning) และถือเป็นพันธกิจสัมพันธ์ (Engagement) ระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับสถานประกอบการรูปแบบหนึ่งด้วย จากการดำเนินการดังกล่าว ดร.กีร์รัตน์ ได้เล่า ให้ฟังต่อว่า ด้วยสมรรถนะ 5 ด้านของนักศึกษา การเรียนการสอนแบบ Active Learning และสหกิจศึกษา ทำให้ตัวเลขการมีงานทำของบัณฑิตมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ค่อนข้างสูง

ซึ่งจากการสำรวจสภาวะการมีงานทำของบัณฑิตประจำปี การศึกษา 2556 ที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ
วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา พบว่า หลังจากจบการศึกษา เพียง 4 เดือน บัณฑิตได้งานทำและศึกษา ต่อ คิดเป็นร้อยละ 76.21 ส่วนบัณฑิตที่ทำงานพร้อมศึกษาต่อหรือศึกษาต่ออย่างเดียว คิดเป็น ร้อยละ 6.35 อย่างไรก็ตาม บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต และแพทยศาสตรบัณฑิตทั้งหมดมีงานทำ ส่วนผู้จบการศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน มีงานทำ ร้อยละ 93.55 วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มีงานทำร้อยละ 92.31 วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มีงานทำร้อยละ 87.5 เป็นต้น จึงมั่นใจได้ว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพไม่ยิ่งหย่อนกว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ และสอดคล้องกับการสร้างอัตลักษณ์ของบัณฑิตวลัยลักษณ์ ที่ว่า “มีความรู้คู่การปฏิบัติ อุตสาหะสู้งาน เก่งด้านศิลปศาสตร์ และเทคโนโลยี มีคุณธรรม” ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร กล่าวในตอนท้าย

ที่มา : moe

101 total views, 2 views today

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น