สพฐ.ของบช่วยค่าไฟรร.2.4พันล้าน

สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

Print Friendly

สพฐ.ชงสำนักงบฯ ขอเพิ่มเงินนอกค่าใช้จ่ายรายหัวเรียนฟรี หรือเงินท็อปอัพ 2 รายการ ช่วยค่าไฟฟ้าสถานศึกษาวงเงิน 2.4 พันล้าน ชี้ช่วงหลังการเรียนในห้องปฏิบัติการไอทีเยอะขึ้น พร้อมขอเพิ่มเงินทุนดูแลเด็ก นร.ยากจนจำนวน 3.6 ล้านคนให้ครบ 100% 

นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบนโยบายแก่ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งโอกาสนี้ สพฐ.ได้เสนอขอให้สนับสนุนค่าใช้จ่ายหัวโครงการสนับสนุนรายหัวค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่อนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งไม่ใช่การขอเงินรายหัวในรายการปกติที่รัฐจัดสรร แต่เป็นการขอให้จัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมพิเศษ หรือเงินท็อปอัพ (Top Up) ใน 2 รายการ ได้แก่ รายการแรก ขอเงินอุดหนุนค่าจัดการเรียนการสอนในรายการค่าสาธารณูปโภค โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการจัดการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยี ยิ่งหากเป็นโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ก็จะแบกรับภาระดังกล่าวสูง แม้ สพฐ.จะจัดสรรเงินเพิ่มเติมพิเศษเป็นค่าไฟฟ้าให้ก็ยังไม่เพียงพอ ดังนั้น สพฐ.จึงได้ไปสำรวจข้อมูลค่าไฟฟ้าของสถานศึกษา และนำมาคำนวณเพื่อหาตัวเลขที่เหมาะสมในจัดสรรเงินอุดหนุนเงินเพิ่มเติมพิเศษเป็นค่าไฟฟ้าให้แต่ละระดับการศึกษา คือ ก่อนประถมศึกษาอยู่ที่ 120 บาท ประถมศึกษา 150 บาท มัธยมศึกษาตอนต้น 190 บาท มัธยมศึกษาตอนปลาย 200 บาท รวมเป็นงบประมาณกว่า 2,427 ล้านบาท

เลขาฯ กพฐ.กล่าวว่า เดิมทีค่าสาธารณูปโภคนั้นเราจะให้โรงเรียนตามจำนวนเด็ก ซึ่งจะพบปัญหาอยู่ตลอดเวลาไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโรงเรียนใหญ่ที่มีเด็กมาก มีกิจกรรมการเรียนการสอนที่พิเศษ มีห้องปฏิบัติการใช้ไฟมาก จะประสบปัญหาค่าไฟฟ้าสูง ซึ่งที่ผ่านมาหลายโรงเรียนก็ไปจัดกิจกรรมหารายได้เพิ่มเติม เช่น ทอดกฐิน ผ้าป่าการศึกษา เป็นต้น แต่ครั้งนี้ สพฐ.ได้ไปรวบรวมข้อมูล และคำนวณและหารค่าเฉลี่ยออกมา และกำหนดอัตราเงินท็อปอัพพิเศษอุดหนุนตามรายหัวของเด็กในแต่ละระดับชั้น ซึ่งทุกโรงเรียนจะได้เท่าๆ กัน แม้จะไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของโรงเรียนได้ เบื้องต้นสำนักงบประมาณทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งสำหรับปีงบประมาณ 2558 ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน สพฐ.จะเสนอขอตั้งงบประมาณปี 2559 ต่อไป

นายกมลกล่าวต่อว่า รายการต่อมาคือ ขอเงินอุดหนุนเพิ่มเติมพิเศษให้แก่นักเรียนยากจนครบ 100% ปัจจุบันเด็กไทยมีจำนวนประมาณ 8 ล้านคน แต่ 1 ใน 3 หรือจำนวน 3 ล้านคน มีฐานะยากจน พ่อแม่มีรายได้ไม่เกิน 40,000 บาทต่อปี เฉพาะภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 พบว่า มีนักเรียนยากจนทั้งสิ้น 3,611,153 คน แบ่งเป็น ระดับระดับประถม จำนวน 2,442,535 คน หรือคิดเป็น 36% และระดับมัธยม จำนวน 1,177,080 คน คิดเป็น 66% 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สพฐ.จะจัดสรรเงินเพิ่มเติมให้แก่โรงเรียนเพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กยากจนจำนวนหนึ่งในสถานศึกษาให้เรียนจบการศึกษาภาคบังคับ โดยระดับประถมศึกษา คนละ 1,000 บาทต่อคนต่อปี หรือคิดเป็น 40% ของเด็กประถม ส่วนระดับมัธยม คนละ 3,000 บาทต่อคนต่อปี หรือคิดเป็น 30% ของเด็กมัธยม ซึ่งใช้งบประมาณเฉลี่ยปีละกว่า 1,200-1,300 ล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้น หากจะสนับสนุนปัจจัยการศึกษาพื้นฐานให้นักเรียนยากจนได้ครบทุกคน 100% ก็จะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 2,706 ล้านบาท จึงจะสามารถดูแลให้นักเรียนยากจนได้ทั่วถึง ได้รับการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ และเรียนจบการศึกษาภาคบังคับตามที่กำหนด.

ที่มา : ไทยโพสต์

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น