ณรงค์ปลุกครูฮึดสู้ปฏิรูปการศึกษาล้างสบประมาท

คณกรรมกระทรวงศึกษาธิการ

Print Friendly

พล.ร.อ.ณรงค์ปลุกครูฮึดสู้ร่วมปฏิรูปการศึกษา ลบคำสบประมาทของสังคมว่าการศึกษาไทยตกต่ำ  ชี้ถ้าล้มเหลวอีกทุกคนต้องมีส่วนรับผิดชอบทั้งตนเองและผู้บริหารใน ศธ. วันที่ 6 ตุลาคม ที่หอประชุมคุรุสภา พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” ประจำปี 2557 ให้แก่ครูทั่วประเทศ จำนวน 1,136 คน เนื่องในโอกาสวันครูโลก ว่า ศธ.ต้องแบกรับแรงกดดันจากสังคมที่มองว่า ระบบการจัดการศึกษา การจัดการเรียนการสอน กำลังตกต่ำ ซึ่งเป็นเพราะผลประเมินคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั้งในอาเซียนด้วยแล้ว ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ทั้งๆ ที่ไทยเป็นประเทศที่ทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนา ระบบการศึกษาอย่างมหาศาล คิดเป็นอันดับ 2 ของโลก อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่คุณภาพการศึกษาตกต่ำ ทุกๆ คนพอจะทราบว่ามาจากองค์ประกอบสำคัญ คือ บุคคลต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่

  1. พ่อแม่ ในฐานะครูคนแรกของเด็ก
  2. ครู ซึ่งรับผิดชอบในการถ่ายทอดองค์ความรู้และปลูกผังคุณธรรม จริยธรรม
  3. ผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ
  4. ผู้บริหารใน ศธ. ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ซึ่งรวมทั้งตน ในฐานะ รมว.ศธ. และผู้บริหารระดับสูงด้วย จะต้องมีส่วนรับผิดรับชอบในความสำเร็จหรือล้มเหลวที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาของไทย

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เฉพาะในส่วนของครูนั้น การที่ครูจัดการเรียนการสอนอย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร มาจากปัญหาต่างๆ เริ่มจาก ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งปัญหานี้ไม่มีใครที่จะแก้ปัญหาได้ นอกจากตัวครูเอง ต้องแก้เอง โดยอาจจะยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่กู้เงินจนเกินตัว ถึงแม้จะมีหน่วยงานเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นก็ไม่ควรกู้ ถ้าทำตามนี้ได้ ครูจะสามารถปลดเปลื้องหนี้สินตัวเองได้ 2.ปัญหาครูไม่อยู่ในห้องเรียน นำเวลาที่ใช้สอนนักเรียนไปทำอย่างอื่น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน เช่น ทำงานธุรการ เตรียมต้อนรับผู้มีบารมีทั้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ ศธ. ทำงานในการประเมินผลการศึกษา ทำผลงานวิชาการของตนเองเพื่อรับการประเมินเลื่อนวิทยฐานะ เตรียมการสอนของหลักสูตรกวดวิชาที่ตนเองรับจ๊อบอยู่ ทั้งหมดนี้ทำให้ครูต้องทิ้งนักเรียนอยู่ตามลำพัง และจะมีนักเรียนสักกี่คนที่จะตั้งใจอ่านหนังสือตามที่ครูสั่งไว้ก่อนเดินออกนอกห้องเรียน
ปัญหาต่อมาคือ ครูไม่เพียงพอ หรือครูถูกจัดให้สอนในวิชาที่ตัวเองไม่เชี่ยวชาญ รวมทั้งปัญหาครูไม่มีคุณภาพ ไม่พัฒนาตัวเอง ไม่มีความเป็นมืออาชีพ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครู แต่ถ้าไม่มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็ก ไม่ศึกษาเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่อาจจะเรียกตนเองได้ว่าเป็นครู

“ผมอยากขอความร่วมมือจากครูทุกคน ให้มีความตั้งใจและพัฒนาในการจัดการเรียนการสอน นำเอาแรงกดดันจากสังคมภายนอก ที่มองระบบการศึกษาว่าล้มเหลว เปลี่ยนเป็นพลังฮึดสู้ ให้กับครูและผู้บริหารโรงเรียน ช่วยกันพัฒนาเด็กไทยให้ไปในทางที่ถูกต้อง เป็นอนาคตที่ดีของประเทศ ในส่วนของ ศธ. ก็จะเดินหน้าแก้ทุกปัญหาของครูดังที่กล่าวไปข้างต้น” รมว.ศธ.กล่าว.

ที่มา : ไทยโพสต์

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น