สพฐ.โร่พบปปช.ปรึกษาป้องกันโกง

ทุจริต ผิดวินัย ไม่เหมาะ

Print Friendly

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นตัวแทน สพฐ. เข้าหารือกับนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อหารือกับ ปปช.ถึงกรณีแนวทางการดำเนินการ สพฐ.ที่มีวัตถุประสงค์อยากให้เป็นหน่วยงานใสสะอาด ตามที่เคยลงนามเอ็มโอยูร่วมกัน ในการป้องกันปราบปรามการทุจริต

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายสรรเสริญ เปิดเผยภายหลังการหารือว่า สพฐ.มาหารือว่าจะมีแนวทางป้องกันการทุจริตในหน่วยงาน สพฐ.ได้อย่างไร เช่น การใช้จ่ายงบประมาณไม่ให้คอร์รัปชั่น ให้โปร่งใสมีคุณธรรม จริยธรรม รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายบุคคล การขยายโรงเรียนสุจริตซึ่งอยากให้ขยายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ให้ครบถึง 3 หมื่นโรงเรียนในปี 2560 นอกจากนี้ได้หารือถึงการประเมินหลักสูตรครูผู้สอน การฝึกอบรมให้ความรู้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ สพฐ.มีเจตจำนงให้หน่วยงานใสสะอาดเป็นที่ยอมรับ เชื่อว่าจะมีหลายหน่วยงานมาจับมือกับ ป.ป.ช.ทำเรื่องดังกล่าว

นายกมล กล่าวว่า กระบวนการการศึกษาเป็นภาระหนักหน่วง ขณะเดียวกันเมื่อเราทำงานพบว่ามีบางเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการเงิน เพราะมีโครงการขนาดใหญ่ การดำเนินการบางครั้งอาจไม่โปร่งใส เอื้อประโชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และส่งผลกระทบต่อองค์กร ทำให้งบประมาณด้านการศึกษาไม่คุ้มค่า กัดกร่อนองค์กรไม้ให้ก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงต้องวางระบบป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต โดยหารือ ป.ป.ช.ใน 2 ส่วนคือการป้องกันปัญหาในเชิงให้ความรู้ โดยในปีนี้จะขยายโรงเรียนสุจริตเพิ่ม 3200 โรงเรียน เพราะหลักสูตรการเรียนการสอน การป้องกันโดยให้ความรู้เป็นเรื่องสำคัญ

นอกจากนี้ยังหารือการป้องกัน การจัดการที่มีผลกระทบต่องบประมาณ เช่น ต้องวางระบบให้ความรู้กับครู ผู้บริหารสถานศึกษา เขตพื้นที่ อาจมีการสอบวิชากฎหมาย ป.ป.ช.แจ้งทบทวนกาปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง วางระบบให้ ป.ป.ช.จังงหวัดไปช่วยในการทำโครงการขนาดใหญ่ หรือการใช้กรอบแนวคิดไอทีเอ ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นแนวปฏิบัติ เราหวังว่าป้องกันได้โดยให้ความรู้และวางระบบ จะทำให้ในอนาคต สพฐ.ใสสะอาดเป็นที่ยอมรับในสังคม จนเป็นแบบอย่างได้

อย่างไรก็ตามวันที่ 3 พ.ย. คณะอนุกรรมการชุดต่างๆ จะประชุมกันเพื่อเดินงานตามแผนยุทธศาสตร์ โดยไม่มีการหารือเรื่องปัญหาทุจริตสนามฟุตซอล แต่มาเพื่อหารือกันเกี่ยวกับระบบป้องกัน ก่อนหน้านี้ท่าน รมว.ศึกษาธิการ พูดในที่ประชุมว่า ท่านให้ความสนใจและติดตามผลในเรื่องนี้ อยากให้กรณีทุจริตสนามฟุตซอลเป็นกรณีตัวอย่างในการศึกษา โดยขณะนี้ยังไม่มีการแจงชื่อผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด และคาดว่าผู้ถูกกล่าวหาราว 700 คน วันนี้ยังไม่สามารถตอบได้ ต้องรอข้อมูลที่ชัดเจนก่อน แต่ทาง สพฐ.มีการลงพื้นที่ใน 30 เขต และพบว่า 10 เขตมีปัญหาดังกล่าว จึงตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

นายสรรเสริญ กล่าวถึงกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งเอกสารการตรวจสอบสนามฟุตซอล 20 จังหวัดให้กับ ป.ป.ช. ว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาว่า ป.ป.ช. มีอำนาจในการไต่สวนคดีหรือไม่ หากมีอำนาจก็จะตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง ทั้งนี้ต้องดูกรอบการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ป.ป.ท. และ สตง. ที่เข้าไปตรวจสอบร่วมด้วย

ที่มา : แนวหน้า

35 total views, 2 views today

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น