ต้องคุมกำเนิดตัวป้อนแล้วบัณฑิตครูจะมีคุณภาพ

ครูระยอง-บัณฑิต ครู

Print Friendly

“ยอมรับว่ามีการพูดกันมานานว่า การผลิตบัณฑิตสายครูมีปัญหาด้านคุณภาพอยู่บ้าง ซึ่งในส่วนของครุศาสตร์ จุฬาฯ กำลังคิดกันอยู่ ในอนาคตเราจะควบคุมคุณภาพตั้งแต่ตัวป้อนเลย คือ จะรับเฉพาะคนที่ต้องการเรียนครูจริงๆ และสอบผ่านทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์มาแล้วเท่านั้น แม้จะรับได้ไม่ถึงจำนวนนักศึกษาที่จะต้องรับในแต่ละปี 400 คน ก็ตาม กำลังหารือกันอยู่ว่า จะทำได้หรือไม่” รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

ซึ่งคุณภาพการศึกษาจะดีได้ต้องเริ่มต้นห้องเรียน ต้องมีครูที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถทางวิชาการ มีเทคนิคในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และมีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตวิญญาณความเป็นครูด้วยรักในงาน ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และไม่แสวงหาประโยชน์

คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การผลิตครูที่ดีมีคุณภาพต้องมีกระบวนการคัดเลือกตัวป้อนที่ดี เพื่อให้ได้ผู้เรียนที่มีคุณภาพ มีกระบวนการหล่อหลอมนิสิตครูออกไปเป็นครูที่ดี มีทักษะในการถ่ายทอดที่ดี ซึ่งทุกปีครุศาสตร์ จุฬาฯ จัดค่ายอยากเป็นครู เตรียมพร้อมความเป็นครูให้แก่นักเรียน ม.6 ที่สนใจอยากเรียนครูใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะแอดมิชชั่นส์ โดยจะมีนิสิตรุ่นพี่เป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงให้เป็นเวลา 5 คืน ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 21-25 มกราคม 2558

ที่ผ่านมานิสิตครุศาสตร์จุฬาฯ ส่วนใหญ่จะผ่านการเข้าค่ายอยากเป็นครูมาก่อน หลังจากเข้ามาเรียนแล้วนิสิตทุกคนจะได้เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่เรียนเอกประถมศึกษาจะได้เรียนวิชาภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ เนื่องจากในอนาคตภาษาอังกฤษมีความจำเป็นในการสื่อสารมากขึ้น การที่ครูประถมมีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษดีจะเป็นผลดีต่อผู้เรียนตั้งแต่ เด็ก ทำให้ง่ายต่อการปลูกฝังและเรียนรู้ภาษาได้ดีขึ้นในอนาคต เป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่โรงเรียนว่า บัณฑิตที่จบออกไปมีคุณภาพ สามารถสอนทุกสาระวิชาของเด็กประถม และสื่อสารและสอนภาษาอังกฤษได้อีกด้วย

“ในอนาคตบัณฑิตครุศาสตร์ จุฬาฯ ทุกคนจะต้องสามารถไปสอนหนังสือได้ทุกโรงเรียนในประเทศสมาชิกอาเซียนด้วย เพราะทุกคนจะต้องสื่อสารและใช้ภาษาอังกฤษในการสอนได้ทุกวิชา นี่คือเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ เพื่อรองรับการเปิดเสรีในภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้” คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว

รศ.ดร.บัญชา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การฝึกสอนอย่างเข้มข้นและได้ลงมือปฏิบัติจริง คือหัวใจหลักของการเรียนสายครู นิสิตครุศาสตร์จุฬาฯ ทุกคนต้องผ่านการฝึกสอน ซึ่งจะต้องมีการทำแผนงานฝึกสอนและการวางแผนนิเทศก์ฝึกสอนร่วมกันระหว่างผู้ บริหารโรงเรียนและครุศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อให้การฝึกสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทั้งสองฝ่าย

“นิสิตทุกคนจะได้เรียนวิชาประสบการณ์ตั้งแต่ปี 2 ปี 3 ขึ้นไปเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อฝึกสอนในปี 5 ปีสุดท้าย ซึ่งครุศาสตร์ จุฬาฯ จะมีการประชุมเพื่อชี้แจงและจัดทำแผนงานร่วมกันกับผู้บริหารทุกโรงเรียนที่ นิสิตไปฝึกสอน ซึ่งจะช่วยนิสิตได้ฝึกสอนลงมือปฏิบัติอย่างเต็มที่ ส่วนโรงเรียนก็จะได้ครูผู้สอนที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีก 1 คน ซึ่งได้ทดลองทำมาแล้วที่สระบุรี นครสวรรค์ มหาสารคาม และอุทัยธานี ปรากฏว่าได้ผลที่น่าพอใจ และคาดว่าจะขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นในอนาคต” รศ.ดร.บัญชา กล่าว

และในอนาคตคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ จะเปิดหลักสูตรการสอนขั้นสูง ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ทุกสาขาวิชา โดยเฉพาะสาขาวิชาที่ขาดแคลน และสายช่าง ไปเรียน เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีทักษะในการถ่ายทอดที่มีประสิทธิภาพ เป็นการยกระดับความรู้เพิ่มขึ้นและสามารถไปสอนวิชาที่ขาดแคลนในสถาบันการ ศึกษาต่างๆ ได้อีกด้วย รวมทั้งอยู่ระหว่างการเสนอโครงการนำศึกษานิเทศก์ที่เกษียณแล้วประมาณ 4,000 คนทั่วประเทศมาเป็นโค้ชชิ่งให้แก่โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย

“การนำศึกษานิเทศก์มาเป็นโค้ชให้แก่โรงเรียนตามรูปแบบที่ศึกษามาจากฟินแลนด์ จะช่วยให้ครูอยู่กับห้องเรียนและสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะมีการโค้ชชิ่งทุกรูปแบบ ทั้งการเพิ่มคุณภาพครู อุปกรณ์ และแรงจูงใจต่างๆ เพื่อเป้าหมายให้นักเรียนไทยมีคุณภาพอยู่รอดและแข่งขันได้ในโลกอนาคต ซึ่งเสนองบไปที่กระทรวงศึกษาธิการ 700 ล้าน หากได้รับอนุมัติก็จะดำเนินการทันที” รศ.ดร.บัญชา กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา : คมชัดลึก

115 total views, 2 views today

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น