ทำแผนยุทธศาสตร์ภาษาชาติแก้เด็กอ่านไม่คล่อง

โรงเรียน - ครูระยอง

Print Friendly

ที่รร.รามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ราชบัณฑิตยสถาน จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง นโยบาย และแผนยุทธศาสตร์ภาษาแห่งชาติ นโยบายภาษาไทยสำหรับนักเรียนและคนไทย รวมทั้งภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติในฐานะภาษาต่างประเทศ และนโยบายภาษาเศรษฐกิจ ภาษาเพื่อนบ้าน และภาษาการงานอาชีพ โดยนางจิราพร บุนนาค ประธานคณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตามนโยบายภาษาแห่งชาติ กล่าวว่า นโยบายภาษาแห่งชาติ ที่ทางราชบัณฑิตยสถานจัด ทำขึ้นนั้น ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลปี2553 และปี 2555 มาแล้ว การประชุมครั้งนี้เพื่อรับฟังความคิดเห็นในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลให้มีการดำเนินการเป็นวาระชาติ เนื่องจากทางราชบัณฑิตฯเห็นว่าคนไทยในประเทศมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมีภาษาแม่ เช่น ภาคใต้มีภาษายาวี ภาคเหนือมีภาษากะเหรี่ยง ส่งผลให้เกิดปัญหาในการสื่อสารในการเรียนการสอนภาษาไทย ขณะที่ในส่วนของภาษาไทยกลางก็มีการเรียนการสอนไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้ของมนุษย์ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ตำราเรียนภาษาไทยไม่มีการปรับปรุงให้ทันกับยุคสมัย ส่งผลให้ผู้เรียนอ่านเขียนภาษาไทยไม่ คล่อง นอกจากนี้ในแผนยุทธศาสตร์ จะมีแนวทางในการส่งเสริมการพูดด้วยว่า พูดแบบไหนไม่ให้สร้างความเกลียดชังแก่กัน แต่ให้กลายเป็นรู้สึกดีแทน โดยที่ความหมายไม่เปลี่ยน

นางจิราพร กล่าวต่อไปว่า ปัญหาดังกล่าวสะสมมานาน และยังไม่เคยมีการแก้ไข ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมาก็ไม่ยอมรับความจริงว่าไทยเป็นสังคมพหุ วัฒนธรรม และพหุภาษา จึงไม่เห็นความสำคัญ ราชบัณฑิตฯ จึงต้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรกของประทศ โดยจะแบ่งออกเป็น 6 แผนยุทธศาสตร์ คือ

  1. นโยบายสำหรับนักเรียนไทยและคนไทย
  2. นโยบายภาษาท้องถิ่น
  3. นโยบายภาษาเพื่อเศรษฐกิจ ภาษาเพื่อนบ้าน และภาษาการงานอาชีพ
  4. นโยบายภาษาสำหรับผู้เข้ามาแสวงหางานทำในประเทศไทย
  5. นโยบายภาษาสำหรับผู้พิการทางสายตาและผู้พิการทางการได้ยิน
  6. นโยบายภาษาสำหรับการแปล การล่าม และล่ามภาษามือ

โดยหลังจากนี้จะมีการเสนอแผนยุทธศาสตร์ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ด้วย

ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ ประธานอนุกรรมการนโยบายภาษาแห่งชาติ นโยบายภาษาไทยสำหรับนักเรียนและคนไทย รวมทั้งภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติในฐานะภาษาต่างประเทศ กล่าวว่า สถานการณ์ของภาษาไทยใน ปัจจุบัน คือ

  1. การไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง ผู้ทำหลักสูตรถือว่าความเปลี่ยนแปลงไม่ถูกต้อง ซึ่งถือว่าเป็นทัศนคติเชิงลบต่อภาษา เพราะภาษาต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้โลกทัศน์ของผู้เรียนแตกต่างจากผู้จัดหลักสูตร
  2. ผู้สอนภาษาไทยบางส่วนไม่มีความรู้ภาษาไทย ไม่รู้จักวิธีการสอนภาษาไทย
  3. นักเรียนไทยไม่เรียนภาษาไทยอย่างจริงจัง เพื่อความรู้ แต่เป็นการเรียนเพื่อต้องการใบรับรอง

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น