สพฐ.ตั้งกก.เปิดโต๊ะรับร้องทุกข์ปัญหา

กระทรวงศึกษาธิการ

Print Friendly

นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องราวร้องทุกข์ ร้องเรียน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีนางรัตนา ศรีเหรัญ รองเลขาฯ กพฐ.เป็นที่ปรึกษา และนายชูชาติ ทรัพย์มาก ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านบริหารทรัพยากรบุคคลและนิติการ เป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรอง พิจารณารับเรื่องราวราวร้องทุกข์ ร้องเรียน ติดตามผลการดำเนินการและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา โดยแบ่งเรื่องร้องเรียนออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 เรื่องร้ายแรง ซึ่งมีผลกระทบต่อระบบ หรือมีการร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อาทิ กรณีสร้างสนามฟุตซอล เป็นต้น ประเภทที่ 2 เรื่องทั่วไป อาทิ ครูร้องเรียน ผอ. หรือ รร. ร้องเรียนกรรมการคุมสอบ การร้องเรียนภายในโรงเรียน ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่มีการลงชื่อผู้ร้องเรียน และประเภทสุดท้าย บัตรสนเท่ห์ ซึ่งที่ผ่านมา สพฐ.มักไม่ค่อยนำมาพิจารณา แต่ในครั้งนี้จะต้องขอให้คณะกรรมการจัดทำระบบกลั่นกรองว่าเรื่องใดควรดำเนินการแบบใด

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ สพฐ.ต้องตั้งคณะกรรมการชุดนี้ เพราะที่ผ่านมา สพฐ.ยังจัดการกับปัญหาที่ได้รับเรื่องร้องเรียนไม่ดีเท่าที่ควร เพราะการดำเนินการต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน เริ่มตั้งแต่เขตพื้นที่การศึกษา สพฐ. รมว.ศึกษาธิการ จนไปถึงสำนักนายกฯ แต่ละขั้นตอนส่วนใหญ่จะใช้เวลาดำเนินการตรวจสอบนาน ขณะที่แต่ละวันมีผู้ร้องทุกข์จำนวนมากวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10 เรื่อง ส่วนใหญ่ก็เป็นประเด็นร้องเรียนผู้บริหารระดับเขตพื้นที่ ผู้บริหารโรงเรียน และครู เพราะฉะนั้นตนจึงต้องการให้คณะกรรมการชุดนี้เข้ามาจัดการกับปัญหาต่างๆ เหล่านี้ คัดกรองและให้ความเห็นแก่ตนว่าเรื่องใดสำคัญที่ต้องเร่งจัดการเป็นพิเศษ
เลขาฯ สพฐ.กล่าวว่า ล่าสุดมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงที่จังหวัดหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ซึ่งจะมีการแต่งตั้งผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่ แต่ปรากฏว่ามีการร้องเรียนว่ามีการเรียกรับเงินจากผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมีหน้าที่ทำโพยได้เรียกรับเงินรายละ 5 แสนบาท หากใครให้ก็จะจัดให้ลงตามโพยที่กำหนด แต่ปรากฏว่าผู้บริหารโรงเรียนที่ประสงค์จะย้ายได้อัดเทปการเรียกรับเงินไว้ และนำเทปไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ จากนั้นเรื่องได้ถูกร้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด รมว.ศึกษาธิการ และ สพฐ. กรณีนี้คณะกรรมการชุดนี้ได้วิเคราะห์และให้ความเห็นว่าส่งผลกระทบต่อองค์กร ทำให้ สพฐ.เสียหาย ควรดำเนินการตามกฎหมาย และเท่าที่ได้ฟังเสียงในเทป ดูเหมือนว่าจะมีการทำแบบนี้มานาน เวลานี้ได้ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะรายงานผล จากนั้นตนจะสั่งการให้ดำเนินการแจ้งความในนาม สพฐ.ด้วย เพราะทำให้องค์กรได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันจะแจ้งให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปลดบุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง.

ที่มา : ไทยโพสต์

80 total views, 2 views today

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น