นายกรัฐมนตรีฝากคุรุสภาปรับแบบเรียน เปลี่ยนวิธีการสอนของครู

โรงเรียน - ครูระยอง

Print Friendly

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2558 ดร.อำนาจ สุนทรธรรม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมด้วย ดร.สมพงษ์ ปานเกล้า รองเลขาธิการคุรุสภา คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้มีโอกาสเข้าคารวะ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในโอกาส ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบันทึกเทปอ่านสารวันครู พ.ศ. 2558 เนื่องในโอกาสการจัดงานวันครูครั้งที่ 59 ณ ทำเนียบรัฐบาล นับเป็นเกียรติ เป็นขวัญกำลังใจ แก่พี่น้องเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ อีกทั้ง ยังเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติครู และวิชาชีพครูให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ และเห็นความสำคัญ โดยมีกำหนดการออกอากาศในวันครู วันที่ 16 มกราคม 2558

ในโอกาสนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย ด้านการศึกษาแก่คุรุสภาผ่าน ดร.อำนาจ สุนทรธรรม เลขาธิการคุรุสภา เกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาของชาติ เพื่อการพัฒนาครูและพัฒนาเด็กไทยให้มีความรู้ ความสามารถ อย่างแท้จริง และได้ฝากประเด็นสำคัญไว้ ดังนี้

  • ประการแรก การจัดทำหนังสือเรียน ปัจจุบันมีแบบฝึกหัดรวมอยู่ในหนังสือเรียน ทำให้นักเรียนต้องเปลี่ยนหนังสือเรียนทุกปี รุ่นพี่ที่ใช้หนังสือเรียนมาก่อน ไม่สามารถส่งต่อให้น้องในรุ่นต่อไปได้ จึงขอฝากให้องค์การค้า ของ สกสค จัดพิมพ์หนังสือเรียนกับสมุดแบบฝึกหัด แยกออกจากกัน เป็น 2 เล่ม ไม่ควรพิมพ์อยู่ในเล่มเดียวกัน
  • ประการที่ 2 การปรับเปลี่ยนวิธีการสอนของครู โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในกระบวนการ จัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ หรือ แท็บเล็ต ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถจะจัดซื้อให้ได้ครบทุกคนทั้งครูและนักเรียน จึงเห็นว่าที่บ้านของครูและนักเรียนส่วนใหญ่ก็มีคอมพิวเตอร์ใช้อยู่ สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษา ครูสามารถกำหนดหัวข้อหรือประเด็นการเรียนรู้ แล้วมอบให้นักเรียนค้นหาเป็นการบ้านแล้วนำมาพูดคุยกันในห้องเรียน โดยครูเป็นผู้ชี้แนะ แนะนำ ก็จะสามารถเพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ให้เกิดขึ้นได้ ถือเป็นการบูรณาการการเรียนรู้ ซึ่งครูจะต้องได้รับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะในการจัดการเรียนการสอนแนวใหม่
  • ประการที่ 3 ขอฝากคุรุสภาให้รื้อฟื้นแบบฝึกหัดคิดเลขในใจมาใช้อีกครั้ง เพื่อฝึกให้เด็กมีสมาธิดีขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันไม่มีการสอนคณิตคิดในใจ รวมทั้ง หาวิธีแก้ปัญหาเด็กรุ่นใหม่ที่มีปัญหาในเรื่องการฟัง การอ่าน และการเขียน ทำให้ไม่สามารถสรุปสาระสำคัญของเรื่องหรือบทความ และย่อความไม่เป็น

ที่มา : moe

ข่าวอื่นๆ

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น