เทงบ 8.1 ล้านบาท ลง 4 โครงการพัฒนาการเรียนด้วยเทคโนโลยี

social media

Print Friendly

บอร์ดกองทุนเทคโนฯ อนุมัติเงิน 8.1 ล้าน. ให้ 4 โครงการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยี ระบุไม่ให้เงินครบ 100% ในทันแต่กำหนดระยะเวลาจัดสรร ทั้งให้มีการติดตามผลเพื่อให้มั่นใจว่านำเงินไปใช้เพื่อการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ

นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติโครงการที่เสนอขอรับการจัดสรรเงินกองทุนฯ จำนวน 4 โครงการ วงเงินรวม 8.1 ล้านบาท ดังนี้

  1. โครงการพัฒนาระบบการจัดการวิชาโครงงานและสิ่งประดิษฐ์แบบบูรณาการ สาขาเครื่องกล สู่การจดสิทธิบัตรและเชิงพาณิชย์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) วงเงิน 4.7 ล้านบาท โดยมุ่งส่งเสริมโครงการและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคตของผู้เรียนสายอาชีวศึกษา
  2. โครงการจัดทำต้นแบบระบบ e-Learning ของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมสื่อ eDLTV วิชาภาษาต่างประเทศบนระบบ eDL-Square วงเงิน 2.6 ล้านบาท โดยระบบดังกล่าวจะบรรจุเนื้อหาและบทสนทนาภาษาต่างประเทศ 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาฝรั่งเศส และภาษาเยอรมัน เพื่อช่วยพัฒนาทักษะภาษาของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และครูผู้สอน รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ
  3. โครงการพัฒนาและหาประสิทธิภาพชุดสื่อการเรียนรู้และเครื่องวัดไฟฟ้าบนอุปกรณ์พกพา ใช้ในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ในช่วงมัธยมปลาย วงเงิน 407,700 บาท
  4. โครงการศึกษาผลการเรียนรู้ในความเข้าใจ มโนมติวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนที่ได้รับการเรียนรู้จากโปรแกรมแบบทดสอบและเยียวยาข้อบกพร่องการเรียนรู้แบบออนไลน์ วงเงิน 274,400 บาท

ทั้งนี้ โปรแกรมดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อช่วยในการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่แสดงภาพการทดลองโครงการต่างๆ ที่ทำให้เด็กเห็นภาพชัดเจนขึ้น เป็นการช่วยกระตุ้นให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ดีจากการเรียนการสอนของวิชาวิทยาศาสตร์ ด้านฟิสิกส์ และปรับแนวคิดของนักเรียนในการที่จะเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ให้ดีขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมกำหนดให้มีการกำหนดระยะเวลาในการจัดสรรงบประมาณ โดยไม่ให้จัดสรรทั้งหมดในทันทีและให้มีการติดตามประเมินผลการทำงานของทุกโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่านำงบประมาณไปใช้พัฒนาตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : ผู้จัดการ

ข่าวอื่นๆ

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น