เกณฑ์ใหม่คัดผู้บริหารสถานศึกษาเริ่มใช้แน่ปี 60

กณฑ์ใหม่คัดผู้บริหารสถานศึกษาเริ่มใช้แน่ปี 60

Print Friendly

พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งของรองผู้อำนวยการ (ผอ.) สถานศึกษา และผอ.สถานศึกษาใหม่ ว่า  ตามที่ตนได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ไปปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพราะที่ผ่านมาได้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ไม่เก่ง ขาดประสบการณ์ ทำให้การจัดการศึกษามีปัญหา

ทั้งนี้ นายพินิจศักดิ์  สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้เสนอร่างหลักเกณฑ์การคัดเลือกใหม่ให้ตนพิจารณาแล้ว ซึ่งได้ให้ไปปรับในรายละเอียดบางจุดเพิ่มเติม และกลับมาเสนออีกครั้ง เพื่อให้ผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้ร่วมพิจารณาด้วย  อาทิ ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา เป็นต้น  ส่วนผู้บริหารจะต้องไล่ประสบการณ์บริหารตั้งโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาด ใหญ่หรือไม่นั้น ยังไม่ฟันธง แต่ตนเห็นว่าควรจะต้องมีประสบการณ์การบริหารสถานศึกษาด้วย

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า สำหรับหลักเกณฑ์ใหม่จะเน้นการได้มาซึ่งผู้ที่มีความเหมาะสม ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิและประสบการณ์ ผ่านการเป็นครู และผู้บริหารการศึกษามาไม่น้อยกว่า 8- 10 ปี ซึ่งผู้ที่สอบข้อเขียนผ่านเกณฑ์เข้าสู่ตำแหน่งผอ.สถานศึกษา โดยจะมีการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกตามลำดับที่  และประกาศมากกว่าตำแหน่งที่ว่าง 10% เพื่อให้มีลำดับสำรอง โดยผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมดต้องเข้ารับการอบรม เป็นเวลา 2 เดือน และหลังการอบรมจะมีการประเมินผลอีกครั้ง หากใครไม่ผ่านการประเมิน ก็จะเลื่อนผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีในลำดับสำรองขึ้นมาแทนที่ทันที ซึ่งจะมีระยะเวลาการขึ้นบัญชี 2 ปี ทั้งนี้ ตนตั้งเป้าไว้ว่า จะเริ่มใช้หลักเกณฑ์ใหม่ ในการคัดเลือกรองผอ.และผอ.สถานศึกษา เพื่อบรรจุทดแทนอัตราเกษียณในวันที่ 1 ตุลาคม 2560

“การคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อทดแทนตำแหน่งว่างจากการเกษียณอายุราชการ ซึ่งในปี 2559 จะมีรองผอ.และผอ.สถานศึกษาเกษียณอายุฯ รวม 2,544 คน แบ่งเป็น รองผอ. 506 คน และผอ.สถานศึกษา 2,038 คน โดยคาดว่าจะประกาศปฏิทินการสอบได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะใช้หลักเกณฑ์เดิมก่อน ให้ สพฐ. เป็นผู้ออกข้อสอบ และจัดสอบข้อเขียนภาค ก ความรอบรู้ ความสามารถทั่วไปและกฎหมาย ซึ่งความรู้ที่จะใช้สอบ ไม่วัดความรู้ทางวิชาการอย่างเดียว แต่จะใช้คำถามที่ทำให้คัดเลือกได้ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ดีขึ้น  ส่วน สอบภาค ข ความเหมาะสมกับตำแหน่ง ซึ่งจะมีการประเมินผลการปฏิบัติงาน และการสอบสัมภาษณ์ ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นผู้ออกข้อสอบและจัดสอบเอง และยังคงมีการจัดลำดับที่ คนที่ได้คะแนนมาก จะมีสิทธิ์เลือกสถานศึกษาก่อน ตามจังหวัดที่สอบ“

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ที่มา : คมชัดลึก

243 total views, 2 views today

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น