ซูเปอร์บอร์ดเห็นชอบร่างแผนการศึกษา 15 ปี

ซูเปอร์บอร์ดเห็นชอบร่างแผนการศึกษา 15 ปี

Print Friendly

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบาย และพัฒนาการศึกษาหรือซูเปอร์บอร์ดการศึกษา ได้ให้ความเห็นชอบร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574 เรียบร้อยแล้ว พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) จัดทำรายละเอียดในแผนเพิ่มเติม เช่น ข้อมูลความต้องการกำลังคน ในระยะ 15 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะช่วง 5 ปีแรก ที่เน้นการรองรับความเปลี่ยนแปลงฐานการผลิต 10 ด้านของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S Curve) รวมทั้งแผนดูแลการศึกษาครอบคลุมตลอดช่วงชีวิต ตามข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดย สกศ.จะเร่งสรุปรายละเอียดนำเสนอ รมว.ศึกษาธิการ ภายในสัปดาห์หน้า

ดร.กมล กล่าวต่อว่า เมื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบแผนแล้ว สกศ.พร้อมที่จะขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574 ทันที โดยนายกฯ ได้มอบให้ประสานทุกหน่วยงานทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ของกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาชาติ ระยะ 15 ปี ให้แล้วเสร็จ ภายใน 1 เดือน ซึ่ง สกศ.จะกำหนดปฏิทินขับเคลื่อนภารกิจ

  1. เผยแพร่เนื้อหาของแผนถ่ายทอดสู่หน่วยงานด้านการศึกษาและสาธารณชน
  2. ผลักดันการออกกฎหมายด้านการศึกษา นำสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการบูรณาการทั้งระบบให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติราชการที่สอดคล้อง กับแผนเร่งรายงานต่อนายกฯ พิจารณาสั่งการเชิงนโยบายต่อไป

สำหรับสาระสำคัญของแผนการศึกษาชาติ ระยะ 15 ปี ที่ผ่านความเห็นชอบจากซูเปอร์บอร์ดการศึกษาโดยสรุปคือ วิสัยทัศน์คนไทยทุกคนได้รับการศึกษา และเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 จุดมุ่งหมาย 3 ประการ ประกอบด้วย

  1. คนไทยเป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี และยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 กับ
  2. สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  3. ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางและความเหลื่อมล้ำภายในประเทศลดลง โดยขับเคลื่อนภายใต้ 7 ยุทธศาสตร์ ได้แก่
    1. การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานหลักสูตร การเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
    2. การยกระดับคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
    3. การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมรองรับความต้องการของตลาดงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
    4. การพัฒนาระบบข้อมูล สารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิตอล
    5. การพัฒนาคุณภาพของคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
    6. การพัฒนาระบบบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของทุกภาคส่วน
    7. การพัฒนาระบบการเงินเพื่อการศึกษา

ที่มา : สยามรัฐ

237 total views, 3 views today

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น