"แก่งจันทร์โมเดล" ผ่าทางตันปัญหา โรงเรียนขนาดเล็ก - ครูระยอง
 
 
ครูระยอง : krurayong.in.th » ครูระยอง : Conversation » พูดคุยเรื่องทั่วไป  » 

"แก่งจันทร์โมเดล" ผ่าทางตันปัญหา โรงเรียนขนาดเล็ก

kelo-lt Theme designed by padexx
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ผู้เขียน หัวข้อ: "แก่งจันทร์โมเดล" ผ่าทางตันปัญหา โรงเรียนขนาดเล็ก    (อ่าน 524 ครั้ง)
ปองแมน[หนึ่งเก้าแปดศูนย์]
กำลังโต
ผอ.ครูระยอง
Hero Member
*

ความนิยม: 42
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,155

pongman1980


Level and Hp Level 1 : Exp 20%
HP: 0.3%

ไอย๊ะ!

เว็บไซต์
« เมื่อ: 06 สิงหาคม 2555 เวลา 08:39:10 »


     ยุบ...ไม่ยุบ...ยุบ...ไม่ยุบ...??
     ยังคงเป็นข้อถกเถียงที่หาข้อสรุปไม่ได้ สำหรับปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นประเด็นใหญ่ของวงการศึกษาไทย ที่ต้องเร่งให้ยาแรง เพราะนับวันจำนวนโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศจะเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี ดังจะเห็นได้จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ระบุชัดเจนว่าในปีการศึกษา 2546 มีโรงเรียนขนาดเล็ก 10,877 แห่ง แต่ในปีการศึกษา 2554 เพิ่มขึ้นเป็น 14,669 แห่ง
     อีกทั้งเมื่อพิจารณาคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ในภาพรวมของประเทศ โดยถอดรหัสด้วยการแยกโรงเรียนขนาดเล็กออกจากโรงเรียนขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ก็พบว่าค่าเฉลี่ยรวมของประเทศเพิ่มขึ้น 5-6 คะแนนในหลายวิชา สิ่งนี้จึงยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่าโรงเรียนขนาดเล็กกำลังเป็นตัวแปรสำคัญที่ดึงค่าเฉลี่ยของเด็กไทยทั้งประเทศให้ตกต่ำลง!!
     ...ในเมื่อทุกปัญหาต่างถาโถมมาที่โรงเรียนขนาดเล็กเช่นนี้ ผู้บริหารคงต้องเร่งแสดงศักยภาพให้สังคมได้เห็นว่า แม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ก็สามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ตลอดจนเพิ่มคุณภาพ และประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนให้โดดเด่นไม่น้อยหน้าไปกว่าโรงเรียนขนาดกลาง และขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมือง เพราะไม่เช่นนั้นเส้นทางของโรงเรียนอาจจะถึงทางตันก็เป็นได้

     @ ผุด"แก่งจันทร์โมเดล"
     เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางร่วมกับคณะของนายพิษณุ ตุลสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อติดตามการบริหารจัดการของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ จ.เลย ซึ่งที่นี่ถือเป็นจังหวัดที่มีโรงเรียนขนาดเล็กมากที่สุด และมีบริบทที่เป็นอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายครู และเด็ก เนื่องจากมีพื้นที่อยู่บนภูเขาสูง การเดินทางจึงค่อนข้างลำบาก
     แต่ทว่าปัญหาเหล่านี้กลับไม่ได้ทำให้วิธีการคิดแก้ปัญหาในการสร้างคุณภาพ และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กลดลง เพราะที่นี่ทุกๆ ฝ่ายทั้งโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น มีความเข้มแข็งในการร่วมกันผลักดันให้โรงเรียนขนาดเล็ก ได้เดินหน้าทัดเทียมกับโรงเรียนในเมือง และอยู่คู่กับชุมชนต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของ "เครือข่ายแก่งจันทร์" (Kangian Model) นวัตกรรมใหม่ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กของพื้นที่ ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย

     @ รร.เล็กปูพรมเกินครึ่ง
     นายสุเทพ บุญเติม ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เลย เขต 1 เล่าว่า สพป.เลย เขต 1 มีโรงเรียน 170 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 110 แห่ง คิดเป็น 64.71% ซึ่งมีรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่หลากหลาย ทั้งการควบรวม การรวมโดยมีโรงเรียนหลักที่อาจจะเป็นโรงเรียนขนาดกลางขึ้นไป และมีโรงเรียนเล็กมาเรียนร่วม แต่วิธีการเหล่านี้ก็ยังแก้ปัญหาการยกระดับคุณภาพของผู้เรียนไม่ได้ เนื่องจากไม่สามารถรวมกันเพื่อบริหารจัดการภารกิจโรงเรียนทุกเรื่องได้
     ...จนกระทั่งในปี 2553 ได้มีการจัดตั้งเครือข่ายแก่งจันทร์ขึ้น ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนขนาดเล็ก 4 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่ ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม ได้แก่ รร.บ้านหาดคัมภีร์ รร.บ้านปากมั่งห้วยทับช้าง รร.บ้านนาโม้ และรร.บ้านคกเว้า เพื่อระดมปัจจัยการบริหารร่วมกันในภารกิจของโรงเรียนทุกเรื่อง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนา และยกระดับคุณภาพการศึกษา

     @ รวมชั้นเรียนทุกชั้น
     นายสมชาย ระติเดช ผอ.โรงเรียนบ้านนาโม้ เล่าถึงวิธีการดำเนินการเครือข่ายแก่งจันทร์ว่า โรงเรียนทั้ง 4 แห่งมีระยะทางห่างกันแต่ละโรงเรียนประมาณ 3-5 กิโลเมตร โดยได้ร่วมกันจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบรวมชั้นเรียนทุกชั้น ตั้งแต่อนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 และจัดสรรโรงเรียนละ 2 ชั้นเรียน แบ่งเป็น รร.บ้านนาโม้ จัดการเรียนการสอนชั้น อ.1 และ ป.1 รร.บ้านปากมั่งฯ สอน อ.2 และ ป.2 รร.บ้านคกเว้า สอน ป.3-4 และรร.บ้านหาดคัมภีร์ สอน ป.5-6

     "เมื่อ 4 โรงเรียนมารวมตัวกันทำให้มีครูและบุคลากรในเครือข่าย 16 คน และนักเรียน 247 คน ซึ่งสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนครูได้อย่างดี เช่น รร.บ้านนาโม้มี 2 ห้องเรียน แต่จัดครูเข้าสอน 4 คน ต่างจากเดิมที่มี 8 ห้องเรียน และมีครูเพียง 4 คนเท่านั้น ทั้งนี้ในการจัดครูไปสอนแต่ละระดับชั้น จะคำนึงถึงความถนัดของครูเป็นสำคัญ หากครูรร.บ้านนาโม้ถนัดสอนป.2 ก็จะเดินทางไปสอนที่ รร.บ้านปากมั่งฯ"

     ...ส่วนการเดินทางมาเรียนของนักเรียนที่โรงเรียนทั้ง 4 แห่งนั้น ทางเครือข่ายฯ ได้จัดรถวิ่งรับ-ส่งนักเรียนทั้งเช้า และเย็น รวม 8 เที่ยว โดยตอนเช้าเริ่มตั้งแต่เวลา 06.30 น. ใช้เวลารับส่งประมาณ 45 นาที ซึ่งในระยะแรกทั้ง 4 โรงเรียนต้องร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ 18,000 บาท แต่ในช่วงหลังทางสพป.เลย เขต 1 และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เข้ามาช่วยสนับสนุนค่าน้ำมันด้วย

     @ O-NET ปี 54 พุ่งทุกวิชา
     "ครูไผ่" นางจิตราวดี พานิช ครูประจำชั้น ป.6 รร.บ้านหาดคัมภีร์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ครูของรร.ทั้ง 4 แห่งต้องประสบปัญหากับการไม่มีเวลาเตรียมการเรียนการสอน และเมื่อถึงเวลาสอนก็ต้องนำเด็กหลายระดับชั้นมาเรียนรวมในห้องเรียนเดียวกัน โดยสอนแบบบูรณาการคละชั้นรวมกันหมด ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กออกมาไม่ดีเท่าที่ควร เพราะคุณภาพของการที่ครูให้ความรู้กับเด็กมีไม่เต็มที่
     "เมื่อมารวมตัวกันทำให้พบว่า เด็กมีผลการเรียนดีขึ้น โดยเฉพาะคะแนน O-NET เมื่อเทียบกันระหว่างปีการศึกษา 2553-2554 จะเห็นได้ว่าปี 2554 คะแนนเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มสาระวิชา อีกทั้งครูมีเวลาเตรียมการสอนตามที่ตัวเองถนัดและชอบนักเรียนก็จะได้ความรู้อย่างเต็มที่ตามลำดับขั้นตอน มีสุขภาพจิตที่ดี นอกจากนี้ครูก็จะมีเทคนิคในการสอนเพิ่มขึ้นด้วย เพราะมีเวลาคิด อ่าน และวางแผนในการเตรียมสื่อ ขณะเดียวกันการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น กีฬาสี ก็สามารถทำได้ เพราะมีจำนวนนักเรียนมากขึ้น"

     @ การยุบไม่ใช่ทางออก
     ครูไผ่ ยืนยันว่า หากโรงเรียนขนาดเล็กทุกแห่งสามารถร่วมกันบริหารจัดการให้เด็กมีคุณภาพที่สูงขึ้นได้ ทาง สพฐ.ก็ไม่ควรยุบโรงเรียน เพราะการยุบไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหา ซึ่งที่ผ่านมาชุมชนพอใจกับการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบแก่งจันทร์โมเดลมาก เพราะโรงเรียนยังอยู่คู่กับชุมชน และเด็กก็มีผลการเรียนที่ดีขึ้น อีกทั้งเด็กที่ลาออกไปเรียนที่อื่นในเมือง ก็ได้ย้ายกลับมาเรียนที่โรงเรียนทั้ง 4 แห่งแล้ว
     "ครูจะสอนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ย้ายไปไหน เพราะไม่เคยคิดว่าจะต้องก้าวไปให้เป็นคนใหญ่โตในอนาคตข้างหน้า คิดแต่เพียงว่าจะทำอย่างไรที่จะพัฒนาให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตลอดจนพฤติกรรมของเด็กดีขึ้น เพื่อให้ทัดเทียมกับเด็กในโรงเรียนอื่นๆ อย่างไรก็ตามอยากให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สนับสนุนคอมพิวเตอร์ และสัญญาณการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เด็กได้เข้าถึง และค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น"

     @ เสมอภาคในเชิงคุณภาพ
     ปิดท้ายที่นายพิษณุ กล่าวว่า ฝากถึง สพป.ต่างๆ ให้ลองนำแก่งจันทร์โมเดลไปใช้ในการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ขอยืนยันว่ารูปแบบการแก้ปัญหาไม่ได้มีรูปแบบเดียวทั้งประเทศ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีบริบทแตกต่างกัน ดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันคิด เพราะ สพฐ.คำนึงถึงคุณภาพของเด็กที่อยู่ในโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ต้องเสียโอกาสในความเสมอภาคในเชิงคุณภาพไป ทั้งนี้คำว่าเสมอภาคจะต้องไม่ใช่เพียงแค่สิทธิเข้าเรียนเท่านั้น แต่ต้องเสมอภาคในคุณภาพด้วย

     "ในเมื่อโรงเรียนขนาดเล็กมีจำนวนเพิ่มขึ้นตลอดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สพฐ. ก็คงต้องคิดหาวิธีการแก้ปัญหาในการสร้างคุณภาพ ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก และยังคงสิทธิและโอกาสของนักเรียน และผู้ปกครองเอาไว้ โดยขณะนี้กำลังทำวิจัยเพื่อกำหนดอนาคตโรงเรียนขนาดเล็กของประเทศไทย เพื่อจัดทำแผนในการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมต่อไป"

     ...ฉายภาพกันให้เห็นแบบนี้แล้ว "แก่งจันทร์โมเดล" คงจะเป็นอีกหนึ่งรูปแบบดีๆ ที่จะเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กแห่งอื่นๆ ได้นำไปปรับใช้กับการบริหารจัดการของโรงเรียนในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้โรงเรียนเป็นแหล่งประสิทธิประสาทวิชาความรู้ให้แก่ลูกหลาน ที่ตั้งอยู่คู่กับชุมชนตลอดไป

"เมื่อ 4 โรงเรียนมารวมตัวกันทำให้มีครูและบุคลากรในเครือข่าย 16 คน และนักเรียน 247 คน ซึ่งสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนครูได้อย่างดี"

 
โดย : มณีรัตน์ ศิริปัญจนะ
ที่มา : สยามรัฐ


บันทึกการเข้า

เมืองไทยมีคนเก่งมากแต่ขาดซึ่งคนดี และที่ไม่มีเลยคือคนกล้า

Gundam Model จัดจำหน่ายโมจีน ราคาถูก ส่งถึงบ้าน
การเข้าสู่ UTQ : E-Training ในเว็บครูระยอง
1. สมัครสามชิก เมื่อสมัครเสร็จแล้วจะยังไม่สามารถเข้าถึง UTQ : E-Training ได้ทันทีนะคะต้องทำขั้นตอนต่อไปก่อน
2. โพสหรือตอบคำถามตามกระทู้ต่าง ๆ ให้ครบ 5 ครั้ง (ดูยังไงว่าครบ 5 ตามลิ้งค์แอดมินไปเลยจร้า http://www.krurayong.in.th/index.php/topic,2417.0.html)
3. เมื่อทำการโพสครบตามจำนวนแล้ว ให้ลองคลิก คำว่า "หน้าแรก" ตรงแถบสีเขียวข้างบนดู
4. เมื่อกลับสู่หน้าแรกแล้ว เลื่อน ลงมา หาหัวข้อ(ชื่ออยู่ตรงแถบสีฟ้าๆอ่ะค่ะ)ที่มีชื่อว่า obec software application ในหัวข้อนั้นแหละค่ะ จะเจอหัวข้อย่อย ว่า UTQ : E-Training เจอแล้วคลิกที่ UTQ : E-Training เลยค่ะ
5. เข้าไปแล้วจะเจอกระทู้ย่อยอีกมากมาย ลองหากระทู้ที่ต้องการดู หากเข้าไปแล้วยังไม่เห็นคำตอบเพราะเนื้อหาถูกซ่อนไว้ ก็โพสตอบกลับไปนิดหนึ่ง และข้อความที่ถูกซ่อนก็จะปรากฏเองละค่ะ
 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง
 
 
 
กระโดดไป: